Grape
     กุหลาบวังน้ำเขียวอำเภอวังนํ้าเขียว มีสภาพภูมิประเทศล้อมรอบด้วยภูเขาสูงเกือบทุกด้าน บริเวณภายในที่ถูกล้อมรบด้วยภูเขาสูงจะเป็นเนินเขาใหญ่น้อยสลับกับพื้นที่ลาดชัน เป็นลอนคลื่นสลับกันตลอดทั้งพื้นที่ในรูปกระทะควํ่า โดยมีความสูงจากระดับนํ้าทะเลปานกลางเฉลี่ยประมาณ 300 - 700 เมตร ทำให้มีทิวทัศน์ที่สวยงามมีอากาศที่เย็นสบายเกือบทั้งปีมีฝนตกชุกหลังฝนตกในตอนเช้าและตอนเย็นจะปกคลุมด้วยหมอกกระจายไปทั่วพื้นที่ทำให้เกิดความสวยงามอันเป็นที่มาของคำขวัญที่พวกเราได้ร้อยเรียงเพื่อบ่งบอกความเป็นวังนํ้าเขียว ที่รายล้อมด้วยขุนเขาไว้ว่า “วังนํ้าเขียว ดินแดนแห่งสายนํ้า สายลม แสงแดด ทะเลหมอก ขอบฟ้ากว้าง” ลักษณะภูมิอากาศและปริมาณนํ้าฝน
     อำเภอวังนํ้าเขียว มีอากาศที่เย็นสบายตลอดทั้งปี โดยเฉพาะในฤดูหนาวจะมีอากาศหนาวเย็นปกคลุมไปด้วยทะเลหมอกอันสวยงาม รวมทั้งมีฝนตกชุกโดยมีปริมาณนํ้าฝนเฉลี่ย 1,000 - 1,300 มิลลิเมตรต่อปีอุณหภูมิในฤดูหนาวมีอุณหภูมิเฉลี่ย 16 - 25 องศาเซลเซียสส่วนฤดูร้อนอุณหภูมิเฉลี่ย 32 องศาเซลเซียสด้วยสภาพพื้นที่และภูมิอากาศ เช่น นี้ ทำให้อำเภอ วังน้ำเขียว สามารถที่จะปลูกพืชผลได้เกือบทุกชนิด ทั้งพืชผลเมืองร้อน เช่น อ้อย มันสำปะหลัง ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ไม้ผล พืชผัก เพาะเห็ด ยางพารา ฯลฯ และสำหรับพืชผลเมืองหนาวก็สามารถปลูกได้ดีเช่นเดียวกัน เช่น องุ่น พืชผักเมืองหนาว ไม้ดอกเมืองหนาวโดยเฉพาะพืชผักและไม้ดอกเมืองหนาว จะสามารถปลูกได้ดีที่สุด ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องคุณภาพ รสชาติ สีสัน
จุดกำเนิดของกุหลาบวังนำเขียว      เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2555 คุณลักขณา นะวิโรจน์ ได้เดินทางไปพบ อ. จีระ ดวงพัตรา ที่ จีระ “โรส” เนสเซอรี่ อำเภอสะเมิง จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อขอคำแนะนำ ปรึกษาหารือถึงความเป็นไปได้ของการปลูกกุหลาบที่ Flora Park และในวันที่ 15 สิงหาคม 2555 อ. จีระ ก็ได้ให้ความเมตตาเดินทางมาดูสภาพพื้นที่และความเป็นไปได้ในการปลูกกุหลาบ ที่อำเภอวังน้ำเขียวจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งท่านได้กล่าวไว้อย่างน่าประทับใจ ว่า “ที่นี่ดีพร้อม ทั้งดิน น้ำ อากาศ ดีกว่าที่ไหนๆ ดีกว่าเชียงใหม่ ถ้าทำให้ที่นี่ประสบความสำเร็จได้ก่อนตายก็คงจะดีชายผู้เดินทางผ่านหนามแหลมคมบนเส้นทางสายกุหลาบ อ่อนล้าโรยแรงลงทุกขณะ ได้เดินทางมาพบจุดหมายหนึ่งซึ่งตนอยากจะฝากฝังความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ตลอดระยะเวลาเกือบ 60 ปีไว้ที่นี่ Flora Park ด้วยความร่วมมือของนักธุรกิจอันดับต้นๆ ของประเทศ ที่ผันตัวเองมาสู่วงการเกษตรกรรมอย่าง คุณลักขณา นะวิโรจน์ ผสานความรู้ความสามารถของ นักวิชาการเกษตรผู้มีประสบการณ์ และ ความมุ่งมั่นที่ จะพัฒนาวงการเกษตรไทยแบบ ดร. อนันต์ ดาโลดม บวกกับประสบการณ์ของนักเดินทางบนเส้นทางสายกุหลาบ เช่น อ. จีระ ดวงพัตรา Flora Park จึงพร้อมที่จะเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้เพื่อการพลิกฟื้นวงการกุหลาบของไทย ให้ทัดเทียมนานาประเทศได้ในเร็ววัน

flower01

      เดือนกันยายน 2555 กุหลาบจาก จีระ “โรส” เนสเซอรี่ ก็ได้นำมาปลูกที่ฟลอร่า พาร์ค โดยมีสายพันธุ์กุหลาบ แบ่งเป็นกลุ่มดังนี้ กลุ่มกุหลาบอังกฤษ (English Rose) จำนวน 30 สายพันธุ์ 660 ต้น กลุ่มกุหลาบชื่อบุคคลสำคัญ จำนวน 20 สายพันธุ์ 1,040 ต้น กลุ่มกุหลาบสมัยใหม่ (Modern Rose) จำนวน 100 สายพันธุ์ 3,200 ต้น รวมจำนวนกุหลาบที่ปลูกในเดือนกันยายน ถึงเดือนพฤศจิกายน 2555 จำนวน 150 สายพันธุ์ 4,900 ต้น จำนวนกุหลาบที่มากมายได้เบ่งบาน สร้างสีสัน ความสวยงามให้แก่ผู้มาเที่ยวฟลอร่า พาร์คใน ปี 2555 ที่มี Theme ว่า “ดอกไม้บานในสวนสวยที่วังน้ำเขียว : Blossoms in the garden @ Wangnamkeaw” ได้ชื่นชมดั่งจินตนาการของคุณลักขณา นะวิโรจน์
     ต้นปี 2556 อ. จีระ ดวงพัตรา ได้ส่งกุหลาบจำนวน 5,000 ต้น รวมทั้งกุหลาบที่ได้นำมาจากอำเภอภูเรือ จังหวัดเลย อีกจำนวน 2,000 ต้น มาปลูกที่ฟ้าประทาน ฟาร์ม เพื่อเป็นส่วนขยายจากฟลอร่า พาร์ค โดยกุหลาบส่วนหนึ่งที่เป็นกุหลาบตัดดอกจะปลูกในโรงเรือน และอีกส่วนหนึ่งจะเป็นแปลงขยายพันธุ์ทำเป็นกุหลาบกระถางและกุหลาบติดตาเพื่อการจำหน่าย
     ปัจจุบันกุหลาบ จำนวนมากกว่า 10,000 ต้น 400 สายพันธุ์ ที่ได้เบ่งบานในช่วงปลายปี 2555 และกำลังจะเบ่งบานในปี 2556 จะอยู่คู่กับอำเภอ วังน้ำเขียวตลอดไป ภายใต้คำแนะนำ ของ อ.จีระ ดวงพัตรา และการดูแลอย่างใกล้ชิดของคุณสมาน หาญพุฒ ผู้เชี่ยวชาญการปลูกไม้ดอกไม้ประดับของ ประเทศไทย กล่าวได้ว่า ได้ให้ดอกและสีสันที่สวยงาม สดใสส่งกลิ่นหอม ไม่แพ้แหล่งกุหลาบที่ปลูกในจังหวัดเชียงใหม่และที่อำเภอภูเรือ จังหวัดเลย หรือแหล่งอื่นๆ ที่ปลูกในประเทศไทย

 

กุหลาบพระนาม




วังน้ำเขียว  /  ฟลอร่า พาร์ค  /  สวนกุหลาบ  /  สวนองุ่น /   ผักสลัดออแกนิค

Copyright © 2015 Flora Park                                                                                                More Infomation : 098-812-8851 , 081-372-8851